บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 119:01-15 พ.ค.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 1 พฤษภาคม 2551 -*- ::: พบกับ ร้านค้าสุขภาพสาขาใหม่ของบัลวี ที่ตลาดต้นไม้และสัตว์เลี้ยง การ์เด้นมอลล์ ใกล้ศูนย์การค้าซีคอร์น หลังวิทยาลัยดุสิตการโรงแรม โทร.02-321-5322 ::: ทัวร์สุขภาพ Regent – ชะอำ กินอาหารสุขภาพ หมกทรายพอกโคลน แอโรบิกในน้ำ วันที่ 17- 19 พฤษภาคม 2551 โทร.02-615-8822
 
     
 
ไวรัสตับอักเสบซี

นพ.ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล

ช่วงนี้แวะเข้าไปดูคำถามในเว็บบอร์ด www.balavi.com มีคำถามเกี่ยวกับเรื่องไวรัสตับอักเสบซีเข้ามาค่อนข้างมาก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะข่าวของการป่วยเป็นโรคนี้ของพิธีกรดาราท่านหนึ่งได้ออกมาเปิดเผยเมื่อเร็วๆ นี้ว่าเธอเป็นโรคไวรัสตับอักเสบซี กำลังรักษาตัวอยู่

เรื่องของตับอักเสบเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะดูลึกลับสำหรับคนทั่วไปอยู่สักหน่อย เพราะบางคนให้จินตนาการนึกภาพตัวของตัวเองว่าอยู่ตรงไหนก็ยังนึกไม่ค่อยออก แถมไอ้เจ้าไวรัสตับอักเสบนี่มันก็มีหลายสายพันธุ์เสียด้วยน่ะสิ ทั้งสายพันธุ์ A, B, C

ที่ยุ่งไปกว่านั้นอีกก็คือ เวลาที่คนคนหนึ่งได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบเข้าไปในตัว การตอบสนองของร่างกายก็ยังมีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับว่าภูมิคุ้มกันของเราที่ได้มาจากพ่อจากแม่นั้นแพ้ทางกับเจ้าเชื้อไวรัสหรือเปล่า เช่น บางคนพอได้รับเชื้อไวรัสเข้าไป ภูมิคุ้มกันของเรารบชนะและจดจำเชื้อชนิดนั้นไว้ได้เพื่อใช้ต่อสู้กันในคราวต่อไป อย่างนั้นเราก็เรียกว่ามีภูมิคุ้มกันเกิดขึ้น ถ้ารบกันแล้วเสมอๆ กัน คือกำจัดเชื้อออกไปจากร่างกายได้ไม่หมด แต่เชื้อก็ทำอะไรเราไม่ได้ อย่างนี้เขาเรียกว่าเป็นพาหะ คือตัวเองยังมีเชื้อและยังมีโอกาสเอาเชื้อไปติดคนอื่นได้ ส่วนแบบที่สามภูมิต้านทานของเราแพ้ไอ้เจ้าไวรัสพวกนี้ราบคาบ ทำให้ไวรัสพวกนี้ออกอาละวาดทำให้ตับของเราอักเสบเป็นระยะๆ

อาการโดยทั่วไปของคนที่มีภาวะตับอักเสบ ไล่ตั้งแต่อาการน้อยๆ ไปถึงอาการมากๆ นะครับ เริ่มตั้งแต่ มีอาการอ่อนเพลีย เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ถ้าเป็นมากขึ้นมาหน่อยอาจจะมีอาการจุกชายโครงด้านขวา เริ่มมีอาการตัวเหลืองตาเหลือง ถ้าเป็นมากเข้าอาจจะมีภาวะการทำงานของตับล้มเหลว ท้องมานน้ำ ขาบวม ปัสสาวะไม่ออก เป็นต้น

ปัญหาของคนที่เป็นไวรัสตับอักเสบก็คือ ไวรัสในกลุ่มนี้มันสามารถที่จะหลบซ่อนตัวอยู่ภายในร่างกายได้เป็นเวลาหลายๆ ปี ถ้าเผลอๆ ไม่ดูแลตัวเองเข้า สักพักเดี๋ยวก็อาการกำเริบแล้ว และด้วยความที่มีการอักเสบเป็นซ้ำๆ กับเซลล์ตับแบบเรื้อรัง จึงมักพบว่าในที่สุดแล้วคนที่เป้นโรคนี้โดยเฉพาะไวรัสซีและบี จะมีการกลายของเซลล์ตับกลายเป็นมะเร็งได้ ซึ่งอันนี้เองที่แพทย์ของเรากลัวกัน

อย่างไรก็ตามแม้ว่าหมอจะบอกคนไข้ว่าให้ดูแลตนเองดีๆ นะ แต่วิธีการปฏิบัติตนที่หมอแนะนำให้คนไข้ก็ยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก วันนี้ก็เลยขออนุญาตนำเสนอแนวทางการดูแลตนเองของผู้ป่วยตับอักเสบแบบธรรมชาติบำบัดให้ฟังกัน

ในแนวธรรมชาติบำบัด เราเน้นว่า ถึงแม้ว่าเราจะต้องอยู่ร่วมกับไวรัสตับอักเสบไปเรื่อยๆ แต่เราสามารถคุมมันให้อยู่ในโอวาทได้ ถ้าเรามีผู้คุมหรือภูมิต้านทานที่แข็งแรงพอ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับคนป่วยที่จะต้องดูแลภูมิต้านทานให้อยู่ในสภาพพร้อมและดีที่สุด เริ่มต้นตั้งแต่ ประการแรก ห้ามนอนดึกหรืออดนอนอย่างเด็ดขาด เพราะพบผุ้ป่วยมาหลายรายแล้วที่พอคุมอาการอักเสบของเซลล์ตับได้สักพักชักชะล่าใจ ไปฝืนอดนอนได้สักพัก อาการตับอักเสบก็กลับมาอีกอย่างรวดเร็ว ผมจึงมักจะบอกกับคนไข้เสมอๆ ว่า ห้ามนอนดึก เพราะมันไม่ถูกกับโรคนี้

เรื่องที่สองก็คือ เราสามารถเสริมภูมิต้านทานของเราให้แข็งแรงได้ด้วยอาหารจำพวกพืชผักสด ซึ่งในแนวที่ผมมักแนะก็คือแนะให้คนไข้ใช้วิธีการอดล้างพิษแบบ 10 วัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาสิบวันที่คนไข้จะได้กินผักผลไม้ในปริมาณที่มาก พวกนี้มีวิตามินซีที่เป็นวิตามินตัวสำคัญ มีงานวิจัยบางตัวบอกว่า กระบวนการที่เซลล์ตับอักเสบนั้น จะเกิดขึ้นและแพร่ขยายกันไป เล่าให้เห็นภาพก็คือไวรัสจะเจาะเข้าไปภายในเซลล์ตับก่อนเซลล์หนึ่ง แล้วอาศัยอุปกรณ์ที่มีอยู่ในเซลล์ตับนั้นแบ่งตัวออกเป็นร้อยๆ พันๆ หมื่นๆ เซลล์ จนได้ปริมาณมากแล้วก็จะทำให้เซลล์ตับนั้นอักเสบและแตกออกมา ในจังหวะนั้นเองจะมีการปลดปล่อยอนุมูลอิสระจำนวนมากออกมาสู่เซลล์ตับข้างเคียง ทำให้ผนังของเซลล์ข้างเคียงอักเสบและอ่อนแอลง เป็นผลให้ไวรัสตัวใหม่ๆ เจาะเข้าไปอาศัยแบ่งตัวได้เป็นวัฏจักรต่อๆ กันไป

งานวิจัยกล่าวว่าการที่คนไข้ได้วิตามินซีซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระเข้าไป มันจะเข้าไปช่วยสะเทินฤทธิ์ของอนุมูลอิสระที่ออกมาจากการแตกสลายของเซลล์ตับเซลล์แรกๆ ทำให้ไวรัสที่ออกมาจากเซลล์ตับอันเดิมเจาะเข้าไปในเซลล์ตับเซลล์ใหม่ได้ยากขึ้น มีผลช่วยยับยั้งและชะลอการอักเสบของเซลล์ตับไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านั้น นี่คือประโยชน์ของการกินผักผลไม้และวิตามินซี ซึ่งถ้าจำเป็นเราก็อาจจะต้องให้วิตามินซีเสริมมากเป็นพิเศษในคนที่เซลล์ตับอักเสบมาก

อีกส่วนเสริมหนึ่งที่พบว่าได้ผลเช่นกันก็คือการใช้สมุนไพรบางประเภทที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งการอักเสบของเซลล์ตับ สมุนไพรกลุ่มดังกล่าวมีหลายตัว ที่มีใช้มานานก็คือสมุนไพร Milk thristle และ Dandylion ซึ่งพบว่าช่วยได้ระดับหนึ่ง (จะว่าไปแล้วในโรงพยาบาลบางแห่งก็มีการจ่ายสมุนไพรชนิดดังกล่าวให้คนไข้ด้วยเช่นกัน แต่ว่าอาจจะให้น้อยไปหน่อย)

ส่วนกรณีของคนไข้ที่ตับอักเสบไม่มาก เอนไซม์ไม่สูง พวกนี้บางทีผมก็แนะนำให้ใช้การสวนกาแฟเข้ามาร่วมด้วย เพราะมีรายงานอยู่บ้างที่พบว่าการสวนกาแฟมีบทบาทในการช่วยขจัดสารพิษของเสียที่เกิดขึ้นภายในตับ และมีส่วนช่วยให้ท่อน้ำดีขยายระบายของเสียและสารพิษออกจากตับได้ดีขึ้น

จากประสบการณ์ของทีมแพทย์บัลวี พบว่าการสอนให้ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบดูแลตนเองในลักษณะนี้ พบว่าช่วยลดและควบคุมภาวะอักเสบของตับได้ดีขึ้น จนบางรายก็เคยพบว่าไปตรวจจำนวนไวรัส (Viral load) แล้วไม่พบก็มีอยู่ประปราย ใครสนใจก็ลองเอาวิธีนี้ไปใช้ดูก็ได้นะครับ หรือถ้าอยากได้รายละเอียดก็ลองไปหาซื้อหนังสือ ตับอักเสบไวรัสซี ที่สำนักพิมพ์รวมทรรศน์เขาวางจำหน่ายในร้าน Se-ed, B2S หรือแพร่พิทยาดู รายละเอียดในนั้นเพียบครับ

หนังสือแนะนำ
- ตับอักเสบเรื้อรัง
- ล้างพิษตับ
- ตับอักเสบไวรัสซี