บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 207: ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 16 มิถุนายน 2557 ::::: บัลวีเปิดบริการคลินิกพิเศษทุกวันอังคารเวลา 8:30 น. – 19:00 น. เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2557 เป็นต้นไป :::::: Hydro Fitness Balavi Signature บริหารในน้ำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ คุณน้องอ้วนท้วน คุณยายเข่าเสื่อม โดย อ.อรพิม ไชยมงคล อาจารย์ Sport Sciences สนใจสอบถามโทร 02-615-8822 ต่อ 134 ::::: บัลวี ดิลิเวอรี มีบริการจัดส่งอาหารเพื่อสุขภาพต้านมะเร็ง รักษาเบาหวาน ลดน้ำหนัก ส่งเสริมสุขภาพ สำหรับผู้ที่ต้องการล้างพิษ หรือดูแลสุขภาพ แต่ไม่มีเวลา บริการจัดส่งถึงบ้าน หรือโรงพยาบาลของผู้ป่วย โทร.02-615-8822 ::::: คอร์สออกกำลังกายในน้ำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และหลังคลอด หรือผู้สนใจการออกกำลังกายในน้ำ ทุกวันเวลา 16.00 – 17.00 น. โทร.02-615-8822 ต่อ 133, 134 :::::
 
     
 
อาหารหญิงตั้งครรภ์

บทความจากขวัญเรือน
ฉบับที่ 882 ปักษ์หลัง ส.ค. 51
พญ.ลลิตา ธีระสิริ

แม่ที่กำลังตั้งครรภ์มีภาระดูแลทั้งสุขภาพของตนเองและของลูกในท้อง ดังนั้นการทำความเข้าใจถึงอาหารในชีวิตประจำวันยามตั้งครรภ์จึงมีความสำคัญยิ่ง
ประการแรก เพราะลูกน้อยกำลังเติบโตขึ้นทุกวัน ทำอย่างไรลูกจึงจะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและเต็มที่
ประการที่สอง เป็นประเด็นของตัวแม่เอง ทำอย่างไรการเลี้ยงดูคนสองคนในร่างเดียวกันจะทำให้มีสุขภาพดีแต่ว่าไม่อ้วน

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเด็กในท้องในแต่ละระยะของการตั้งครรภ์ต้องการปริมาณอาหารไม่เท่ากัน ใน 3 เดือนแรกลูกตัวเล็กนิดเดียว เท่าหัวแม่มือของเราได้มั้ง เขาจะต้องการอาหารมากมายขนาดไหนกัน แต่ถึงจะมีอายุครรภ์มากขึ้นเด็กก็ไม่ได้ต้องการอาหารเป็นกระบุง ๆ ที่กล่าวอย่างนี้ก็เพื่อทำความเข้าใจกับแม่ที่ตั้งครรภ์ว่า "อย่าได้กินเผื่อลูก" เป็นอันขาด หากถือเอาลูกเป็นข้ออ้าง มีหวังแม่ได้อ้วนทุกรายไป คลอดลูกแล้วก็ยังจะมีน้ำหนักเป็นสิบ ๆ กิโลกรัมให้เป็นภาระในการลดน้ำหนัก

แต่ที่คนท้องอ้วนเอา ๆ ก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ เพราะหากใครแพ้ท้อง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ที่กินอะไรไม่ค่อยได้ จะส่งผลต่อทั้งร่างกายและจิตใจให้ปฏิบัติการกินทดแทนเมื่อย่างเข้าสู่การตั้งครรภ์ในเดือนที่ 4 คราวนี้แหละแม่อยากกินอะไรก็จะกินมากเกินไป แล้วพลังงานที่เหลือใช้ก็จะถูกสะสมเป็นไขมันใต้ผิวหนัง แล้วน้ำหนักก็ขึ้นเอา ๆ แบบเบรกไม่อยู่ แถมยังมีปัจจัยเรื่องฮอร์โมนขณะตั้งครรภ์ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้อวบอ้วนง่ายกว่ายามปกติอีก

สาเหตุอีกประการหนึ่งที่ผู้หญิงตั้งครรภ์มักจะอ้วนเพราะตามใจปาก ประกอบกับการกินอาหารไม่ครบส่วน ยิ่งกินไม่ครบส่วน ร่างกายก็จะประท้วงให้หิวอีกเพราะสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ร่างกายยังไม่ได้รับเลย ยกตัวอย่างเช่น แม่ชอบกินแต่ขนมหวาน นี่แหละอ้วนดีนักแล การกินหวานที่มากเกินไป กินแต่น้ำตาล ซึ่งเป็นพลังงานเปล่า ทำให้ร่างกายขาดวิตามินบีหลายตัว ใครที่ชอบกินขนมหวานจึงหิวไม่หยุด หากงดน้ำตาลและอาหารหวาน ๆ หันกลับมากินข้าวกล้องซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่อุดมด้วยวิตามินบีหลายตัว แม่จะไม่ค่อยหิว และจะป้องกันอาการอ้วนตอนตั้งครรภ์ได้ชะงัดนัก

สำหรับอาหารของผู้หญิงตั้งครรภ์ ที่จริงมีหลักง่าย ๆ ดังนี้

1.ปริมาณอาหาร ให้กินมากกว่าปกติที่เคยกินก่อนการตั้งครรภ์เพียง 10 % ไม่ว่าจะมีอายุครรภ์เท่าใด ทั้งนี้เพราะลูกในท้องไม่ได้ต้องการปริมาณอาหารมากมายอย่างที่เราห่วงเลย

2.อาหารประเภทโปรตีน ให้กินมากกว่าเดิม 2 เท่า ทั้งนี้เนื่องจากเด็กในท้องต้องการโปรตีนไปสร้างเนื้อหนังของเขา แต่ก็ไม่ได้ต้องการไปมากกว่าวันละ ? กก. แต่อย่างใด ดังนั้นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ต้องได้เพียงพอ เป็นหมู ไก่ เนื้อวัว ไข่ หรือปลาก็ได้ ปลาน่ะย่อยง่ายดีแถมมีทอรีนที่ไปบำรุงสมองของลูกได้ด้วย

ไม่แนะนำให้ดื่มนมวัว โดยเฉพาะใน 3 เดือนหลังของการตั้งครรภ์ เพราะโปรตีนในนมวัวมีโมเลกุลเล็กสามารถซึมผ่านเข้าไปหาเด็กโดยตรง และสามารถกระตุ้นให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะอาการแพ้อากาศ เมื่อลูกใครคลอดออกมาแล้วคัดจมูก หายใจไม่ออกตั้งแต่ในวันแรกที่ลืมตาดูโลก ก็จงรู้ว่าเอาไว้ว่านั่นคุณทำร้ายลูกของตัวเองด้วยการดื่มนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวมาก่อน ทางที่ดี หากอยากได้อาหารประเภทโปรตีนก็หันมาดื่มนมถั่วเหลืองที่มีแคลเซียมสูงจะปลอดภัยกว่า ในขณะที่ลูกจะได้แคลเซียมไม่ขาด

3. แคลเซียมต้องได้พอ หากได้ไม่เพียงพอ แม่จะเป็นตะคริวและฟันจะผุ อาหารที่ควรกินจึงเป็นปลาเล็กปลาน้อยที่กินได้ทั้งก้างและงาดำป่น ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้มีแคลเซียมคุณภาพดีและมีปริมาณสูงมาก ปลาเล็กปลาน้อย 100 กรัม มีแคลเซียม 2,500 มก. งาดำ 100 กรัม มีแคลเซียม 1,452 มก. แต่สมัยนี้เรื่องของแคลเซียมไม่น่าเป็นห่วงเท่าใดนักเพราะในการฝากครรภ์ หมอจะสั่งแคลเซียมเม็ดมาให้กินเป็นอาหารเสริมเสมอ

4.อย่ากินไขมันมากเกินไป เพราะจะทำให้ย่อยยากโดยเฉพาะเมื่อท้องโตขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้แม่อึดอัดเพราะมีลมในท้องมาก ครีมเทียม กะทิ อาหารทอดน้ำมัน ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ งดได้เป็นดีที่สุด

5. กินสารเส้นใยให้มากพอ เพราะจะช่วยทำให้การขับถ่ายคล่องตัว โดยเฉพาะในเดือนท้าย ๆ ของการตั้งครรภ์

6. ผักสดและผลไม้สดมีความจำเป็นในยามตั้งครรภ์ เพราะนอกจากคุณแม่จะได้สารผักเข้าไปเสริมภูมิต้านทานทั้งของแม่และลูกแล้ว ยังจะได้รับสารเส้นใยไปในตัวอีกด้วย แนะนำว่าควรได้ผักสดวันละ 2 จาน ผลไม้สดวันละ 2 ผล ขนาดเท่าแอปเปิล และน้ำคั้นผลไม้สดวันละ 200 ซีซี.

หากปฏิบัติได้ตามนี้ ลูกจะโตเต็มที่ สมองและร่างกายของลูกจะพัฒนาเต็มที่ในขณะแม่จะมีน้ำหนักเพิ่มตามทฤษฎี ไม่มีน้ำหนักเกินมาให้กวนใจ พอคลอดลูกเสร็จปี๊บ ภายใน 1 เดือน น้ำหนักก็จะกลับลงมาเป็นปกติเหมือนตอนก่อนตั้งครรภ์
 

 

ต่อไปนี้เป็นเมนูตัวอย่างที่ครอบคลุมถึงคำแนะนำข้างต้น

ข้าวกล้องอบครบส่วน
สเต็กปลา
สลัดคุณแม
ซุปไก่น้ำใสกับขนมปังโฮลวีต