บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 207: ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 8 กันยายน 2557 :::: บัลวีเปิดให้บริการคลินิกเฉพาะทางโรคปอดและทางเดินหายใจ โดยแพทย์เฉพาะทาง ทุกวันอาทิตย์ สอบถามเพิ่มเติมโทร 02-.615-8822 ต่อ 105,106 :::::: Hydro Fitness Balavi Signature บริหารในน้ำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ คุณน้องอ้วนท้วน คุณยายเข่าเสื่อม โดย อ.อรพิม ไชยมงคล อาจารย์ Sport Sciences สนใจสอบถามโทร 02-615-8822 ต่อ 134 ::::: บัลวี ดิลิเวอรี มีบริการจัดส่งอาหารเพื่อสุขภาพต้านมะเร็ง รักษาเบาหวาน ลดน้ำหนัก ส่งเสริมสุขภาพ สำหรับผู้ที่ต้องการล้างพิษ หรือดูแลสุขภาพ แต่ไม่มีเวลา บริการจัดส่งถึงบ้าน หรือโรงพยาบาลของผู้ป่วย โทร.02-615-8822 ::::: คอร์สออกกำลังกายในน้ำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และหลังคลอด หรือผู้สนใจการออกกำลังกายในน้ำ ทุกวันเวลา 16.00 – 17.00 น. โทร.02-615-8822 ต่อ 133, 134 :::::
 
     
 
ลมกองหยาบ ลมกองละเอียด-กับตำรับยาไทย



บทความจากมติชน
ฉบับที่ 1532 วันที่ 20 พ.ย.52
นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล


“ลมมีร้อยแปดจำพวก แต่ถ้าจับหลักได้แล้ว ก็อาจรักษาโรคลมได้โดยไม่ยาก" อ.คมสัน ทินกร ณ อยุธยา ให้ความรู้กับผม อาจารย์คมสันเป็นทายาทรุ่นที่ 6 ของพระองค์เจ้าชายทินกร พระราชโอรสองค์ที่ 35 ในรัชกาลที่ 2 สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ปัจจุบันเป็นผู้ดำเนินกิจการตำรับยาไทยภูลประสิทธิ์ ตราพระอาทิตย์ดั้นเมฆ

ก่อนอื่นไล่เลียงจากลมกองหยาบก่อน ลมชนิดนี้ตำแหน่งที่เกิดอยู่กระเพาะอาหาร กินเข้าไปแล้วไม่ย่อยจึงเกิดเป็นลมขึ้น ร่างกายจะพยายามกำจัดลมชนิดนี้ด้วยการเรอ การตด ถ้ากำจัดได้ไม่ดี ลมจะซอกซอนไปตามเส้นก่อให้เกิดอาการไม่สบายอีกหลายสิบอย่าง

“คุณหมอเห็นไหมครับ เวลาที่เราไปนวด หลายคนพอนวดได้ที่จะเกิดอาการเรอไม่หยุด นั่นเพราะการนวดไปช่วยขับลมในเส้น หรือเวลาเราโกยท้อง ก็กำลังเล่นกับลมกองหยาบให้เรอให้ผายลมไปซะ"

ทีนี้ถ้าไม่ขจัดลมออก ลมจะผันผวนจากลมกองหยาบกลายเป็นลมกองละเอียด โดยมีทิศทางซอกซอนไป 2 ทิศทางคือ:

ทิศทางที่หนึ่ง ลมเสียดแทงราวนมข้างซ้ายก็เรียก หรือลมเสียดหัวใจก็เรียก เป็นลมกองละเอียดที่เสียวแปลบบริเวณหัวใจ

“เรื่องนี้จะหมายถึงอาการอาหารไม่ย่อย แล้วเกิดลมเสียดขึ้น หรือจะหมายถึงโรคหัวใจขาดเลือดกันแน่" ผมถามด้วยมุมมองแพทย์แผนตะวันตก

“มันแปลได้ทั้งสองอย่าง คือเรียนแผนไทยแล้วก็ต้องถอดแว่นของการแพทย์ตะวันตกออกไปก่อน ลมเสียดแทงราวนมซ้าย เป็นได้ทั้งภาวะอาหารไม่ย่อย ลมในกระเพาะเสียดแทงหน้าอก หรือจะหมายถึงภาวะเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอก็ได้ เช่นเดียวกัน" อ.คมสันเฉลย

ทิศทางที่สอง ลมซอกซอนขึ้นไปอีกหน่อยกลายเป็น ลมจุกคอ กลืนไม่เข้า คายไม่ออก ถ้าลมไม่ขึ้นเส้นสองนี้ก็อาจเสียดไปไหล่

“ตรงนี้การแพทย์แผนจีนเรียกว่า ลมลูกบ๊วย มีอาการเหมือนลูกบ๊วยติดคอ ต้องใช้การฝังเข็มที่จุดเทียนทุจะผลดียิ่ง" ผมไขความ

ทีนี้บริเวณไหล่จะมีทางแยก 2 ทาง ทางหนึ่งลงล่าง ผ่านลงหลังข้างกระดูกสันหลัง ลงไปถึงก้นกบ เกิดเป็นอาการปวดสะบักหลัง ลามลงหลัง ลงถึงก้นกบ พอไปถึงก้นกบก็จะลงขา

“นี่ก็คงหมายถึงอาการปวดไหล่ คอมพิวเตอร์ซินโดรม ที่เป็นโรคยอดฮิตของชาวสำนักงาน ลงไปถึงเรื่องปวดหลังเรื้อรังของคนทำงานนั่งเก้าอี้ใช่ไหมครับ" ผมขอความรู้

“ใช่ครับ รวมทั้งอาการกระดูกทับเส้นด้วย ก็ถือเป็นลมกองละเอียดเสียดลงก้นกบและต้นขา" อ.คมสันตอบ

ทีนี้ตรงก้นกบนี้เอง ลมก็จะแล่นลงเส้นปัตฆาตนอกหรือปัตฆาตใน อีกเส้นลงหน้าขาหรือหลังขา แล้วสุดท้ายก็เสียดลงปลายเท้า บางคนชาและเจ็บลงปลายเท้า ยิ่งเดินยิ่งเจ็บส้นเท้า อาการเหล่านี้ลำพังการนวดไม่อาจทำให้หายได้ เพราะลมกองละเอียดเสียดลึกเข้าไปมากแล้ว

ตรงนี้มีชื่อเรียกว่า ลมกองละเอียดแปรเป็นลมร้าวตามเส้นหลัง ไปสู่ลมปัตคาดนอกและปัตคาดใน
“รวมเรื่องปวดหัวเข่า เข่าเสื่อม จะถือเป็นลมกองละเอียดได้หรือเปล่า" ผมถามเพื่อเทียบเคียงความรู้
“ได้ครับ อย่างคนปวดหัวเข่าจะสังเกตได้ว่า บางคนปวดทางด้านหน้า บางคนปวดทางด้านหลัง"

ทีนี้ว่าด้วยอาการปวดคอปวดศีรษะบ้าง ลมกองละเอียดในบางคนปวดจากหลังเข้าก้านคอ บางคนอาการทางด้านหลังหายไป เหลือแค่ปวดต้นคออย่างเดียว แล้วลมจะตีขึ้นเบื้องสูง ถ้าเทไปข้างเดียวจะเกิดเป็นลมปะกัง หรือที่เราเรียกว่าไมเกรนนั่นเอง บ้างเกิดเป็นอาการเวียนศีรษะ มึนหัว บ้านหมุน เวลาไปหาหมอจะถูกวินิจฉัยว่าน้ำในหูไม่เท่ากัน

“จะเห็นได้ว่า แค่ลมร้อยแปดจำพวกสาธยายเท่าไหร่ก็ไม่หมด มาว่าด้วยขั้นตอนการรักษาดีกว่า" อาจารย์กล่าว

ก่อนอื่นหมอต้องเก่ง รู้ว่าอาการของผู้ป่วยเกิดจากธาตุอะไรกำเริบ หย่อน พิการ เช่น โรคไตเป็นธาตุดิน อย่างที่เราเคยรู้มาว่าการวินิจฉัยธาตุเจ้าเรือนนั่นแหละ แต่ต้องรู้เพิ่มเติมว่า การวินิจฉัยธาตุเจ้าเรือนไม่ใช่เรื่องตายตัว เหมือนอย่างที่สอนกันมาจากสถาบันแพทย์แผนไทยแต่เพียงว่า เอาวันเดือนปีเกิดมาคำนวณแล้วก็ถือการวินิจฉัยธาตุเจ้าเรือนนั้น ๆ แบบนิ่งตายตัวไปตลอด

“จะเป็นอย่างนั้นไปไม่ได้ เพราะคนเราเวลาปกติกับเวลาเจ็บป่วย ธาตุในร่างกายก็แปรเปลี่ยนแตกต่างกันไป หมอยาไทยต้องวินิจฉัยธาตุของผู้ป่วยในขณะนั้น ๆ เช่น ธาตุไฟกำเริบ ธาตุน้ำหย่อนพิการอะไรแบบนั้น" อาจารย์ขยายความ

“อาจารย์ลองยกตัวอย่างให้ฟังหน่อย"

“กรณีตัวอย่างเช่น อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง และมีอาการปวดเมื่อยหลัง ถือเป็นภาวะธาตุดินกำเริบ การรักษาด้วยอาหารก็ต้องให้กินฝาด หวาน มัน เค็ม และก็ยังสามารถแปรเปลี่ยนไปตามแต่ละบุคคล เช่นอ่อนเพลียเรื้อรัง แต่คนนั้นเป็นเบาหวานด้วย แม้จะเป็นธาตุดินกำเริบแต่เราก็ให้กินฝาดกินเค็ม เพราะเบาหวานกินหวานไม่ได้ หมอยาไทยยังต้องวางยาให้ถูกรสด้วย เช่น ธาตุไฟกำเริบเราจะให้กินยารสร้อนไม่ได้ ก็ต้องให้ยาเย็น ตัวอย่างเช่นคนที่ลมในท้องมาก ปกติต้องให้ยาร้อน แต่ถ้าเขากำลังมีธาตุไฟกำเริบก็ต้องให้ยารสเย็นไปกำกับ"

“ทีนี้อาจารย์ลองให้ความรู้ที่ง่ายลงไปอีก สำหรับบุคคลทั่วไปจะใช้ตำรับยาสำเร็จรูปได้ยังไงบ้าง ลองจับเรื่องลมกองหยาบ ลมกองละเอียดอีกครั้งซิครับ" ผมอยากรู้การรักษาตามสไตล์ให้ความรู้ประชาชนพึ่งพาตัวเอง อย่างผู้อ่านธรรมชาติบำบัดของเราเอาไปใช้ได้

“ก็ง่าย ๆ ซิครับ ลมกองหยาบเมื่อกำเริบมีลมในท้อง ท้องอืด ต้องให้ยารสร้อนเข้าไป เพราะจะไปทำให้เกิดลม เอาลมผลักลม สร้างลมที่ใหญ่กว่า แล้วดันออกไป"

อาจารย์คมสันพูดราวกับปรมาจารย์นพ.แซมวล ฮาห์เนอมานน์ ผู้ค้นพบเวชกรรมความคล้ายหรือโฮมีโอพาธีย์ ใช้ความเหมือนรักษาความเหมือน ใช้อาการที่แรงกว่าจากตัวยาไปรักษาอาการของโรคที่ด้อยกว่าให้หมดไป

 


ถ้าว่าโดยสมุนไพรที่ให้รสร้อนได้แก่ ขิง ข่า ตะไคร้ ดีปลี พริก เหล่านี้มีอยู่ในตำรับยาไทยชื่อ อากาศบริรักษ์ ยาตัวนี้มีรสร้อนจัด มีสรรพคุณกำกับไว้ว่า รักษากองลมที่วิปริตในช่องท้อง กิน 7 เม็ดทันทีหลังอาหาร จะเกิดการเรอ การผายลมระเบิดไปเลย ถ้าเป็นบ่อยสามารถกินหลังอาหารทุกมื้อได้

ทีนี้ลมกองละเอียดบ้าง ลมกองละเอียดเสียดหน้าอก เกิดเป็นอาการจุกแน่นอก เนื่องจากเป็นลมละเอียดจึงต้องใช้ยารสสุขุม ไม่เย็นไม่ร้อน เลือกใช้ตำรับยาไทยชื่อ อุดมนพรัตน์ มีสรรพคุณกำกับไว้ว่า แก้แน่นหน้าอก แต่มีความพิเศษอยู่ว่า ให้กิน ภูลประสิทธิ์ เข้าไปก่อน เพื่อแก้อาการฉุกเฉินลมแน่นอกก่อน แล้วจึงจะให้อุดมนพรัตน์ตามรักษาอาการแน่นหน้าอกที่เป็นระยะยาว

สูตรนี้ไม่แต่เพียงรักษาโรคกระเพาะเท่านั้น เลือดเลี้ยงหัวใจไม่พอก็ใช้สูตรนี้ได้เช่นเดียวกัน

ถ้าเป็นถึงขั้นหัวใจขาดเลือดแล้ว ภาษาหมอยาไทยเรียกว่า “ลมเสียดแทงหัวใจ" ถือว่าต้องใช้ ภูลประสิทธิ์ จึงจะเอาอยู่ ต้องกินในระดับรักษา คือกิน 4 เวลา

เวลาที่หนึ่ง ก่อนหัวถึงหมอน ใช้ 0.25 กรัม (1/2 หลอด) ใส่ไว้ใต้ลิ้น ไม่ต้องกินน้ำตาม นอนไปเลย การที่ให้กินก่อนหัวถึงหมอน เพราะถ้ากินแล้วเดินไปเดินมา ลมจะกระเพื่อม ลมไม่นิ่ง ยาจะไม่สามารถกำกับกองลมได้ การกินก่อนนอนนี้ช่วยรักษาชีวิตคนสูงอายุที่มักจะเสียชีวิตเอากลางดึกตอนตี 3-6โมงได้ คนโรคหัวใจมักตายเวลานี้ ถ้าเอาภูลประสิทธิ์เข้าไปกำกับกองลมก่อนหัวถึงหมอน ก็ป้องกันปัญหาได้

เวลาที่สอง ก่อนหัวขึ้นจากหมอน ให้กินเวลาลืมตาตื่น ให้เอาภูลประสิทธิ์ อีกครึ่งหลอดที่เหลือใส่ปากก่อนลุกจากเตียง เพราะตอนนั้นลมกำลังจะเปลี่ยนทิศจากแนวนอนเป็นแนวตั้ง ให้ใช้ยากำกับไว้

เวลาที่สามและสี่ ให้กินระหว่างวันตอนที่ไม่สบายเนื้อ ไม่สบายตัว ไม่สบายใจ ใส่ยาใต้ลิ้น ? หลอดอีกวันละ 2 ครั้ง

วิธีนี้เรียกว่าการรักษา ลมกองละเอียดเสียดแทงหัวใจด้านซ้าย ได้ผลนักแล ให้กินต่อเนื่องยาวนานจนกว่าจะหาย

 


หนังสือแนะนำ
- หายอ่อนเพลีย
- ผักพื้นบ้านต้านโรค
- อยู่ดี วิถีชาวบ้าน