กระเจี๊ยบแดงมีก้านสีแดง ใบมีรสเปรี้ยว มีกลีบเลี้ยงและกลีบรองดอกเป็นสีแดง และมีรสเปรี้ยวเช่นกัน ผิดกับกระเจี๊ยบมอญที่มีผลสีเขียวออกเรียวยาวและมีเมือกลื่น ๆ อยู่ภาย ทั้งกระเจี๊ยบแดงและกระเจี๊ยบมอญเป็นอาหารพื้นบ้าน และมีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งคู่ แต่วันนี้จะกล่าวเฉพาะกระเจี๊ยบแดง
กระเจี๊ยบแดงได้รับการยอมรับว่ามีสรรพคุณทางยา เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ใช้บรรเทาอาการขัดเบามานานแล้ว
ทุกวันนี้ มีรายงานการใช้กระเจี๊ยบแดงในการรักษาโรคนิ่วในไต ใช้แก้อาการทางเดินปัสสาวะอักเสบ โดยเฉพาะคนที่มีอาการทางเดินปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง ศ.นพ.วีรสิงห์ เมืองมั่นใช้กระเจี๊ยบแดงในผู้ป่วยหลังผ่าตัดนิ่วในไต พบว่าลดอาการอักเสบของทางเดินปัสสาวะได้ดี
วิธีการใช้ก็ง่าย ๆ เพียงแต่เอากลีบรองดอกและกลีบเลี้ยงมาตากแห้ง แล้วบดเป็นผง เอามาใช้ครั้งละ 3 กรัม หรือประมาณ 1 ช้อนชา ชงในน้ำเดือด 1 แก้ว 300 ซีซี แล้วดื่มวันละ 3 ครั้ง ปรากฏว่า ผลในการขับปัสสาวะของกระเจี๊ยบแดงจะช่วยทำความสะอาดทางเดินปัสสาวะ จึงสามารถช่วยบรรเทาอาการอักเสบได้ดีกระทั่งหลังผ่าตัด
และเพราะกระเจี๊ยบแดงมีสรรพคุณเด่นในการขับปัสสาวะ จึงสามารถใช้ลดความดันเลือดได้ผลดี มีรายงานการใช้กระเจี๊ยบแดงรักษาอาการความดันเลือดสูงในผู้ป่วยที่ยังไม่เคยได้รับยาลดความดันเลือดมาก่อน ปรากฏว่าความดันเลือดค่าบนลดลงจาก 139 มม.ปรอท เป็น 123 มม.ปรอทได้ผลดีเทียบเท่าผู้ป่วยที่ได้รับยาลดความดันเลือด captopril เลยทีเดียว
วิธีการใช้กระเจี๊ยบแดงลดความดันเลือดนั้นง่ายมาก เพียงแต่ต้มกระเจี๊ยบในน้ำ หรือชงเป็นชาดื่มแทนน้ำ เพียง 1 สัปดาห์ ค่าความดันเลือดจะลดลงประมาณ 10%
สรุปแล้ว ในทางการแพทย์ กระเจี๊ยบแดงมีผลต่อสุขภาพ คือใช้ขับปัสสาวะและลดความดันเลือด
แต่มีรายงานเกี่ยวกับการวิจัยใหม่ ๆ จากห้องทดลอง พบข้อมูลทางยาของกระเจี๊ยบแดงที่น่าสนใจคือ
- ส่วนที่มีสีแดงของกระเจี๊ยบแดงมีสารต้านอนุมูลอิสระ ออกฤทธิ์ได้เทียบเท่ากับวิตามินอีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสำคัญเลยทีเดียว ส่งผลให้ร่างกายกำจัด LDL-คอเลสเตอรอลได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นกระเจี๊ยบแดงอาจจะใช้ชะลอความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ และใช้ลดคอเลสเตอรอลได้
- สารโพลีฟีนอลและแอนโทไซยานินที่สะกัดจากกระเจี๊ยบแดง ทำให้เซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะเซลล์มะเร็งของเม็ดเลือดขาวตายได้ (apoptosis)
- กรดไฮบิสคัส และ 6-มีไทล์เอสเทอร์ สารสะกัดจากกระเจี๊ยบแดง อาจมีผลต้านมะเร็งลำไส้ใหญ่
- กรดโปรโตคาเทอชูอิก และแอนโทไซยานิน สะกัดจากกระเจี๊ยบแดงสามารถต้านการเกิดมะเร็งของผิวหนังได้ผล ทั้งยังสามารถต้านอาการตับอักเสบ โดยลดเอนไซม์ตับลงและเพิ่มระดับของเอนไซม์กลูตาไทโอนอันเป็นสารที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของตับ รวมทั้งทำให้ร่องรอยอาการอักเสบของตับลดลง
อย่างไรก็ตามเราสามารถอร่อยกับกระเจี๊ยบแดงได้หลายรูปแบบดังนี้