บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 207: ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 28 มีนาคม 2556 :::::Balavi Workshop ลดน้ำหนักไขมันในเลือด สูตรกินเนื้อกินผัก วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2556 ณ บัลวีศูนย์ธรรมชาติบำบัด ลดหุ่นอย่างไรไม่เผชิญกับ Yoyo Effect สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งโทร.02-615-8822 ต่อ 102 :::::
 
     
 
สูงวัยแต่ไม่แก่ ตอนที่ 3


นพ.ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล



จากการศึกษากันมาอย่างยาวนาน ในที่สุดนักวิทยาศาสตร์จึงพอจะได้เค้ารางของสาเหตุความแก่ 3-4 ทฤษฎี ทบทวนให้ฟังอีกครั้งหนึ่งดังนี้

1. ความแก่เกิดขึ้นจากภาวะทางกรรมพันธุ์ 2.ความแก่เกิดจากสายที่สั้นลงของโครโมโซม 3.ความแก่เป็นผลเกี่ยวเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

วันนี้ผมจะขอกล่าวถึงทฤษฎีที่ 4 : ทฤษฎีว่าด้วยความแก่ที่เกิดขึ้นจากอนุมูลอิสระ มีการค้นพบว่าคนเราที่แก่ตัวลงทุกวันนั้น มีผลสืบเนื่องมาจากการเสื่อมลงของอวัยวะต่างๆ ที่เป็นผลมาจากอนุมูลอิสระ

ก่อนที่จะเข้าใจถึงประเด็นนี้ เราจะต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่าอนุมูลอิสระคืออะไร อนุมูลอิสระหรือที่ภาษาอังกฤษเราเรียกว่า Free-Radicals นั้นคือโมเลกุลของสารบางอย่างที่มีการเสียสภาพความสมดุลย์ไป เนื่องจากได้สูญเสียอิเลคตรอนวงนอกไป 1 ตัว

ถ้าท่านผู้อ่านยังพอจะจำชั้นเรียนวิชาเคมีกันได้ เราสามารถแบ่งกลุ่มธาตุต่างๆ ในโลกนี้ตามตารางธาตุได้ออกเป็น 3 กลุ่ม นั่นคือ ธาตุโลหะ, ธาตุอโลหะ, และธาตุกึ่งโลหะ แต่จะว่าไปกว่า 90% ของสิ่งที่เราสัมผัสอยู่ทุกวันนั้นส่วนใหญ่ก็คือธาตุอโลหะนั่นเอง

ในบรรดาธาตุอโลหะต่างๆ เวลาที่มันจะรวมตัวจับเป็นโครงสร้างโมเลกุลต่างๆ จะมีการจับกันในพันธะโคเวเลนท์ กล่าวคือมีการนำเอาอิเลคตรอนของธาตุแต่ละตัวมาแชร์กันเพื่อให้ประจุของโมเลกุลนั้นมีสภาพรวมเป็นกลาง คือไม่บวกไม่ลบ

แต่ในปฏิกิริยาบางอย่าง เช่น ปฏิกิริยา Oxidation, หรือการถูกกระตุ้นโดยคลื่นความถี่บางอย่างเช่น Ultraviolet นั้น จะทำให้พันธะโควาเลนท์แตกออก โครงสร้างโมเลกุลของสารนั้นๆ ก็จะแยกออกจากกัน อิเลคตรอนวงนอกบางตัวจะสูญเสียคู่ของมันไป เกิดสภาวะสูญเสียความสมดุลทางประจุไฟฟ้า และมีความเป็นบวกมากขึ้น ตรงนี้เองที่ทำให้โมเลกุลอนุมูลอิสระมีความไวต่อการทำปฏิกิริยามากขึ้น

ความไวต่อการทำปฏิกิริยาของอนุมูลอิสระนั้น ว่าที่จริงแล้วก็คือความที่มันเป้นโมเลกุลที่หิวอิเลคตรอนของคนอื่น เจ้าอนุมูลอิสระนี้เมื่อเข้าใกล้โมเลกุลไหนมันก็จะไปแย่งเอาอิเลคตรอน ของเขามา ตัวเองที่เคยขาดคู่อิเลคตรอนก็กลับมามีประจุไฟฟ้าสมดุลตามเดิม แต่โมเลกุลที่ถูกอนุมูลอิสระแย่งอิเลคตรอนก็กลับกลายเป็นอนุมูลอิสระแทน ปฏิกิริยานี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องกันไปเป็นแบบปฏิกิริยาลูกโซ่ ความเสียหายที่เกิดจากการผิดเพี้ยนของโครงสร้างต่างๆ ในเซลล์สิ่งมีชีวิตที่มีอนุมูลอิสระจึงมากมายนัก

อนุมูลอิสระสามารถก่อความเสียหายให้กับเซลล์ต่างๆ ได้เกือบทุกระดับ เริ่มตั้งแต่มันสามารถทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ต่างๆ ทำให้น้ำและสารต่างๆ ในเซลล์นั้นรั่วออกมา บางครั้งมันก็ไปทำให้โครงสร้างในเซลล์อย่างไมโตคอนเดรียซึ่งเปรียบเสมือนโรงงานไฟฟ้าของเซลล์เสียหาย พบบ่อยๆ ว่าอนุมูลอิสระยังสามารถทำให้รหัสพันธุกรรมของเซลล์หรือ DNA เปลี่ยนแปลงไปได้ เรียกได้ว่าส่งผลทำให้การทำงานของเซลล์ในทุกระดับเสียหายได้หมด ถ้าเป็นมากก็อาจทำให้เซลล์นั้นตายไปได้เลย


บางครั้งอนุมูลอิสระยังไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสารบางอย่าง เช่น ในกรณีของ LDL ซึ่งเป็นไขมันที่อยู่ในกระแสเลือด ทำให้คุณสมบัติบางอย่างของสารพวกนี้เปลี่ยนไป เป็นที่ทราบกันในวงการแพทย์ว่า LDL มีโครงสร้างเป็นส่วนผสมของไขมันและส่วนที่เป็นโปรตีนดังภาพต่อไปนี้


ในสมดุลปกติเมื่อร่างกายมี LDL มากเกินไป ร่างกายจะพยายามขจัดเอา LDL ส่วนเกินเหล่านี้ออกไปโดยตับของเรา แต่กระบวนการขจัด LDL นี้จะเริ่มจากการที่ LDL เอาส้วนที่เป็น APO B ไปจับกับตัวรับ (Receptor) ที่ผิวเซลล์ตับก่อน เซลล์ตับจึงจะเอา LDL เข้าไปในเซลล์เพื่อขจัดทิ้งได้


แต่ถ้า LDL ถูกกระบวนการของอนุมูลอิสระทำลาย จะทำให้ LDL กลายสภาพเป็น Oxidized-LDL ซึ่ง ส่วนของ APO B ไม่สามารถจับกับตับรับที่ผิวเซลล์ตับได้ ผลก็คือทำให้เกิดการสะสมคั่งค้างของ LDL ภายในกระแสเลือดมากขึ้น กลายเป็นโรคไขมันในเลือดสูงตามมา


ผลจากการที่มีไขมันในเลือดสูงนานๆ ก็จะทำให้หลอดเลือด หัวใจ สมอง เสื่อมตามไปด้วย วันดีคืนร้ายก็จะกลายเป็นโรคความดันสูง หัวใจขาดเลือด อัมพาตย์ได้ สังเกตว่าจากอนุมูลอิสระสามารถทำให้เกิดโรคของคนแก่ตามมาได้มากมาย การจะจัดการกับความแก่ไม่ให้มากล้ำกรายจึงจำเป้นที่จะต้องหาทางต่อสู้กับอนุมูลอิสระให้ได้ เอาไว้คราวหน้าเราค่อยมาว่ากันต่ออีกทีนะครับ




หนังสือแนะนำ
- สุขภาพผู้สูงอายุ
- กระดูกผุแคลเซียม
- คู่มือป้องกัน
สมองเสื่อม