ปัจจัยที่ก่อกำเนิดการแพทย์ทางเลือกซึ่งผลสะเทือนสูง และช่วยให้การแพทย์ทางเลือกลงหลักปักฐานได้มั่นคงยิ่งขึ้นในโลกปัจจุบัน คือ การคิดนอกกรอบของแพทย์แบบแผนจำนวนหนึ่ง ที่ไม่เพียงแต่คิด แต่ลงมือปฏิบัติให้เป็นตัวอย่างในแนวทางการรักษาแบบแพทย์ทางเลือก แล้วเกิดผลจนเป็นที่ปรากฏ อย่างฉบับที่แล้วเล่าถึงนพ.เฮนรี แทนเนอร์ ผู้ริเริ่มการอดอาหารเพื่อรักษาโรค แล้วปรากฏผลให้เห็นเป็นที่ชัดเจน
สำหรับฉบับนี้อยากแนะนำให้รู้จัก นพ.ดีน ออร์นิช แพทย์โรคหัวใจซึ่งไม่เพียงรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจด้วยวิธีธรรมชาติ เขาถึงกับลงมือทำวิจัยที่ปรากฏผลให้เห็นอย่างเด่นชัด จนงานวิจัยดังกล่าวเปรียบเสมือนหัวเลี้ยวประวัติศาสตร์ที่แบ่งยุคแบ่งสมัย โดยชี้ให้เห็นว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและพฤติกรรมการกินอาหารสามารถทำให้โรคเสื่อมของร่างกาย ไม่เพียงแต่ไม่ขยายตัวรุนแรงเท่านั้น ยังทำให้โรคความเสื่อมลดน้อยถอยลง ร่างกายอ่อนเยาว์ขึ้นอีกด้วย
นพ.ดีน ไมเคิล ออร์นิช (Dr.Dean Micheal Ornish 1953-)
นพ.ดีน ออร์นิช เกิดวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ.1953 ที่เมืองดัลลัส มลรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เขาจบไฮสคูลที่เมืองนั้นแล้วศึกษาต่อขั้นมหาวิทยาลัยได้ปริญญาตรีทางด้านศิลปศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยออสติน เท็กซัส จากนั้นหันไปเรียนแพทย์จนจบปริญญาตรีแพทยศาสตร์ แล้วมาทำงานแพทย์ฝึกหัดกับแพทย์ประจำบ้านที่โรงพยาบาลเจเนอรัล แมสซาชูเซตส์
ออร์นิชมีความสนใจชีวิตสบาย ๆ แบบตะวันออก จึงไปฝึกโยคะกับครูชื่อ สวามี สัตชิดานันทะ ซึ่งนอกจากช่วยให้อาการป่วยด้วยไวรัสโมโนนิวคลีโอสิส ซึ่งมักทำให้ผู้ป่วยอ่อนเพลียเรื้อรังตามหลังเป็นเวลายาว ๆ ดีขึ้นแล้ว ก็ยังช่วยให้เขาเพิ่มความสนใจในศาสตร์ทางเลือกอื่น ๆ เช่น การฝึกสมาธิ การกินอาหารมังสวิรัติ เขายังศึกษาวิชาจิตเวชอีกด้วย
สุดท้ายงานดีเด่นที่ส่งผลแก่ชีวิตของเขาอย่างมากคือ การวิจัยทางคลินิกชิ้นสำคัญ เริ่มจากเขามีข้อคิดที่ว่า ถ้าแพทย์โรคหัวใจลงมือผ่าตัดปลูกถ่ายเส้นเลือดให้ผู้ป่วย ทำเลือดหมุนเวียนไปหัวใจให้คืนดีขึ้นแล้ว จากนั้นก็ปล่อยเขากลับบ้าน ให้ผู้ป่วยไปกินอาหารแบบเดิม ๆ ไปสูบบุหรี่ จมจ่อมอยู่กับความเครียด วัน ๆนั่งเฉย ๆไม่ออกกำลังกาย ผลก็คือ อีกไม่นาน เส้นเลือดเจ้ากรรมนั้นก็ต้องอุดตันเหมือนเดิม
คิดดังนั้นแล้วเขาก็ออกแบบการวิจัยแบบสุ่มโดยมีการควบคุม (randomized control trial-RCT) ซึ่งโดยหลักทางสถิติถือเป็นการวิจัยชนิดที่ให้ความเชื่อถือได้สูงมาก เขานำผู้ป่วยโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันไปฉีดสีเข้าเส้นเลือดแล้ววัดระดับความกว้างของหลอดเลือดว่าอุดตันไป เหลือขนาดความกว้างแค่ไหน จากนั้นก็สุ่มแยกผู้ป่วยเป็นสองกลุ่ม กลุ่มที่หนึ่งให้เปลี่ยนอาหารเป็นมังสวิรัติ โดยลดปริมาณไขมันรวมให้ต่ำกว่า 30% ของแคลอรีรวม ให้ผู้ป่วยฝึกโยคะ นั่งสมาธิสม่ำเสมอ อีกกลุ่มหนึ่งซึ่งถือเป็นกลุ่มควบคุม ให้กินยารักษาตามแบบแผนมาตรฐานของการแพทย์แบบแผนที่รักษาโรคหัวใจ และใช้ชีวิตกินอยู่ตามสบาย
เวลาผ่านไป 1 ปี ก็ดำเนินการฉีดสีเพื่อดูหลอดเลือดหัวใจของผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มอีกครั้งหนึ่ง วัดดูขนาดของเส้นเลือดก่อนและหลังการวิจัย ผลปรากฏว่า ผู้ป่วยกลุ่มที่หนึ่งมีขนาดของหลอดเลือดถ่างขยายขึ้น พร้อมกับอาการทางคลินิก เช่นอาการปวดแน่นอกและอื่นๆดีขึ้น ขนาดของเส้นเลือดที่ขยายกว้างขึ้นสามารถเปรียบเทียบมีนัยสำคัญทางสถิติ สำหรับผู้ป่วยกลุ่มควบคุมปรากฏผลว่า การกินยาไปเฉย ๆ ใช้ชีวิตตามสบาย เส้นเลือดมีอันตีบแคบลงอย่างชัดเจนเช่นกัน
งานชิ้นนี้ตีพิมพ์ในวารสารแลนเซต (Lancet) ในปีค.ศ.1990 งานวิจัยชิ้นนี้นอกจากพิสูจน์หลักการของธรรมชาติบำบัดที่ว่า คนเรามีพลังสมานคืนของตัวเอง ขอเพียงแต่เราเอื้ออำนวยเงื่อนไขที่เหมาะสมให้ งานนี้ยังให้คำตอบอีกประการหนึ่งว่า กระบวนการรักษาที่ถูกกว่า ปลอดภัยกว่า สำหรับโรคหัวใจหลอดเลือดนั้นมีอยู่โดยธรรมชาติแล้ว แทนที่จะต้องอาศัยแต่การผ่าตัดย้ายหลอดเลือด ซึ่งแพงกว่าและมีอัตราเสี่ยงมากกว่าอีกด้วย
ภายหลังงานชิ้นนี้ของออร์นิช ยังมีทีมนักวิจัยอีก 2 ทีม คือคาลด์เวล บี. เอสเซลสทิน (Caldwell B Esselstyn) และเค. ลาสซ์ กูด (K Lance Gould) ทำวิจัยที่คล้ายกันและเกิดผลอย่างเดียวกัน เป็นการยืนยันทางวิทยาศาสตร์อีกด้วย
นพ.ดีน ออร์นิชทำงานเป็นศาสตราจารย์คลินิก คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เขาได้ก่อตั้งและดำรงตำแหน่งเป็นประธานขององค์กรไม่แสวงหากำไรชื่อ สถาบันวิจัยการแพทย์เชิงป้องกัน (Preventive Medicine Research Institute) ในแคลิฟอร์เนียอีกด้วย
ออร์นิชได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการของคณะกรรมการด้านนโยบายว่าด้วยการแพทย์ทางเลือกของทำเนียบขาว ในสมัยประธานาธิบดีบิลคลินตัน (the White House Commission on Complementary and Alternative Medicine Policy) และได้รับเลือกเป็นกรรมการในคณะกรรมการการแพทย์รัฐแคลิฟอร์เนีย ทั้งยังได้รับรางวัลอีกหลายรางวัลเช่น รางวัลศิษย์เก่าดีเด่นมหาวิทยาลัยออสตินปีค.ศ.1994 รางวัลผู้มีคุณูปการอันโดดเด่นต่อการแพทย์โรคหัวใจเชิงป้องกันจากคณะกรรมการวิชาโรคหัวใจนานาชาติ เหรียญทองคำชาวอเมริกันผู้ประสบความสำเร็จทางวิชาการ และเหรียญรางวัลจากสมาคมเยอรมันป้องกันและฟื้นฟูโรคหัวใจ
ทางด้านสื่อมวลชน นิตยสารพีเพิลคัดเลือกให้เขาเป็นบุคคลที่น่าสนใจที่สุดแห่งปีค.ศ.1996 นิตยสารไทม์(TIME)ทำสารคดีเกี่ยวกับงานด้านการแพทย์ทางเลือกของเขา และนิตยสารไลฟ์(LIFE) เลือกเขาเป็น 1 ใน 50 ผู้ทรงอิทธิพลของคนรุ่นนี้
เขายังทำงานด้านการกุศล เป็นกรรมการในคณะอำนวยการด้านผู้อพยพ ของสหประชาชาติและตำแหน่งอื่น ๆ
งานหลังสุดอีกชิ้นหนึ่งของนพ.ออร์นิชขยับมาจับเรื่องรักษามะเร็งด้วยธรรมชาติบำบัด โดยทำวิจัยแบบสุ่มที่มีการควบคุม(RCT) พิสูจน์ให้เห็นว่า มะเร็งต่อมลูกหมากระยะเริ่มแรกสามารถควบคุมให้หยุดอยู่กับที่และยุบก้อนลงได้ด้วยการเปลี่ยนวิถีชีวิต งานวิจัยชิ้นนี้แสดงให้เห็นเลยว่า การเปลี่ยนวิถีชีวิตสามารถไปปรับเปลี่ยนการแสดงออกของยีน ไปเปิดยีนป้องกัน และปิดยีนส่งเสริมมะเร็งและโรคหัวใจอีกด้วย
การเปลี่ยนพฤติกรรมทำให้ส่วนปลายของโครโมโซม ที่เรียกว่าส่วนเทโลเมียร์ (telomeres) ยาวออก ซี่งในวิชาพันธุศาสตร์ถือว่า เทโลเมียร์ที่ยาวออกจะทำให้คนผู้นั้นมีอายุยืนยาวขึ้น งานชิ้นนี้เขาทำร่วมกับดร.อลิซาเบท แบล็กเบอร์น ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ในปีค.ศ.2009
เหล่านี้เป็นชีวิตและผลงานของแพทย์อีกท่านหนึ่งที่คิดนอกกรอบ และได้ใช้หลักการวิจัยพิสูจน์อย่างเถียงไม่ได้ว่า คนเรามีพลังแห่งการสมานคืน ขอแต่ให้จัดเงื่อนไขที่เอื้ออำนวย เราก็สามารถรักษาโรคได้โดยไม่ใช้ยา