บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 207: ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 16 มิถุนายน 2557 ::::: บัลวีเปิดบริการคลินิกพิเศษทุกวันอังคารเวลา 8:30 น. – 19:00 น. เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2557 เป็นต้นไป :::::: Hydro Fitness Balavi Signature บริหารในน้ำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ คุณน้องอ้วนท้วน คุณยายเข่าเสื่อม โดย อ.อรพิม ไชยมงคล อาจารย์ Sport Sciences สนใจสอบถามโทร 02-615-8822 ต่อ 134 ::::: บัลวี ดิลิเวอรี มีบริการจัดส่งอาหารเพื่อสุขภาพต้านมะเร็ง รักษาเบาหวาน ลดน้ำหนัก ส่งเสริมสุขภาพ สำหรับผู้ที่ต้องการล้างพิษ หรือดูแลสุขภาพ แต่ไม่มีเวลา บริการจัดส่งถึงบ้าน หรือโรงพยาบาลของผู้ป่วย โทร.02-615-8822 ::::: คอร์สออกกำลังกายในน้ำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และหลังคลอด หรือผู้สนใจการออกกำลังกายในน้ำ ทุกวันเวลา 16.00 – 17.00 น. โทร.02-615-8822 ต่อ 133, 134 :::::
 
     
 

ล้างพิษตับและท่อนํ้าดี ภาคปฎิบัติ

บทความจากมติชน
ฉบับที่ 1577
นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล

การล้างพิษตับและท่อน้ำดี เป็นวิธีสำคัญวิธีหนึ่ง และทรงประสิทธิภาพมากด้วยสำหรับการปรับปรุงสุขภาพของผู้คนในยุคสมัยนี้ วิธีนี้ใช้เวลา 6 วันสำหรับการเตรียมตัว และอีก 16-20 ชั่วโมงในขั้นของปฏิบัติการ

อุปกรณ์

คุณต้องตระเตรียมอุปกรณ์ต่อไปนี้คือ: 1.น้ำแอปเปิลบรรจุในขวดขนาด 1 ลิตร จำนวน 6 ขวด ควรเป็นน้ำแอปเปิลคั้นสด ด้วยการใช้เครื่องคั้นแยกกากแยกน้ำ (juicer) น้ำแอปเปิลที่บรรจุยูเอชทีซึ่งมีขายตามห้าง ไม่ควรนำมาใช้ เพราะกระบวนการผลิตทำให้สูญเสียวิตามิน เอนไซม์ และพลังแห่งชีวิตไปแล้ว

2.เกลือแมกนีเซียมซัลเฟต (ดีเกลือ) จำนวน 4 ช้อนโต๊ะ ละลายลงในน้ำ 750 ซีซี. (เท่ากับน้ำ 3 แก้ว ๆ ละ 250 ซีซี.)

3.น้ำมันมะกอกชนิดหีบเย็น (virgin cool pressed olive oil) ปริมาณครึ่งแก้ว (120 ซีซี.)

4.น้ำเกรปฟรุ๊ต 2/3 แก้ว (คั้นสด) เลือกชนิดสีชมพูยิ่งดี เกรปฟรุ๊ตเป็นผลไม้เมืองนอก ซึ่งมีลักษณะคล้ายส้มโอ แต่รสชาติเฝื่อนฝาดกว่าส้มโอบ้านเรา ความเฝื่อนฝาดของมันคือสารไบโอฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารในกลุ่มวิตามินซีคอมเพล็กซ์นั่นเอง ปัจจุบันมีเกรปฟรุ๊ตขายในบ้านเราแล้ว ถ้าไม่มีจะใช้น้ำส้มโอก็ได้ หรือใช้น้ำส้มผสมน้ำมะนาวในสัดส่วนที่เหมาะสม

การเตรียมตัวล้างพิษตับและท่อน้ำดี

ดื่มน้ำแอปเปิล

ดื่มน้ำแอปเปิ้ลวันละ 1 ลิตร เป็นเวลาต่อเนื่องกัน 6 วัน เนื่องจากควรเป็นน้ำแอปเปิลคั้นสด จึงอาจจะใช้วิธีคั้นดื่มคราวละ 1 แก้ว (250 ซีซี.) จะดีกว่า นอกจากคนที่ไม่มีเวลา จะใช้วิธีคั้นจำนวน 4 แก้วเพื่อการดื่มตลอดวัน ก็พออนุโลมได้ ถ้าคุณรู้สึกชอบใจกับน้ำแอปเปิ้ล จะดื่มมากกว่าวันละ 1 ลิตร ก็ทำได้

ประโยชน์ของน้ำแอปเปิ้ลก็คือ กรดมาลิก (malic acid) ในน้ำแอปเปิ้ลจะเข้าไปทำให้นิ่วในตับและท่อน้ำดีเริ่มอ่อนตัวลง ทำให้มันนิ่มลงสามารถย้วยตัวเคลื่อนผ่านท่อน้ำดีไปได้ง่าย นึกภาพเหมือนก้อนเยลลีที่นุ่มนิ่ม แทนทีจะเป็นก้อนกรวดแข็งๆที่ไม่อาจขยับเขยื้อนตัวได้อยู่ในท่อน้ำดีเหล่านั้น ดังนั้นจึงถือว่าน้ำแอปเปิ้ลในฤทธิ์ชำระล้างที่ดีมากอย่างหนึ่ง

ระหว่าง 2-3 วันแรก บางคนอาจจะรู้สึกมีลมในท้องเยอะ ท้องอืดเฟ้อ หรือมีท้องเสียบ้าง ก็ไม่เป็นไร ลองสังเกตอุจจาระที่ถ่ายออกมาในขณะท้องเสีย จะเห็นว่ามีสีเหลืองน้ำตาลๆ ซึ่งมักมาจากน้ำดีที่เริ่มทยอยขับออกมาจากตับและท่อน้ำดีนั่นเอง น้ำแอปเปิ้ลที่ดื่มเข้าไปมันยังไปหมักในร่างกายและมีฤทธิ์ขยายต่อน้ำดีได้อีกด้วย เป็นอันว่า ท่อน้ำดีของคุณกลายสภาพเป็นซูเปอร์ไฮเวย์ในน้ำดีแล่นผ่านได้อย่างสะดวกดาย

ถ้าคุณรู้สึกว่าน้ำแอปเปิ้ลในฤทธิ์แรงเกินไป ก็อนุญาตให้เจือน้ำให้เจือจางลงไปบ้าง หรือไม่งั้นก็หันไปใช้น้ำคั้นอย่างอื่น ซึ่งจะบอกต่อไป

ดื่มน้ำแอปเปิ้ลอย่างช้าๆ ไปเรื่อยๆตลอดวัน โดยดื่มในระหว่างมื้อ โดยหลีกเลี่ยงไม่ดื่มก่อนอาหาร หรือระหว่างมื้ออาหาร หรือภายหลังมื้ออาหารภายใน 2 ชั่วโมง หรือในตอนเย็น เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ฤทธิ์ของน้ำแอปเปิ้ลถูกสะเทินฤทธิ์โดยอาหารที่กิน ขณะเดียวกันก็อย่าลืมดื่มน้ำ 6-8 แก้ว ซึ่งเป็นปริมาณต้องการปกติที่จำเป็นต้องดื่มอยู่แล้ว

อนึ่ง เนื่องจากวงการสุขภาพมีความตื่นตัวเรื่องการล้างพิษตับกันมากขึ้น จึงมีการผลิตน้ำแอปเปิ้ลบางรูปแบบ เช่นน้ำแอปเปิ้ลเข้มข้น หรือน้ำส้มที่ทำจากน้ำแอปเปิ้ล (apple cider) ก็ถือว่าใช้ได้เหมือนกัน โดยดื่มปริมาณตามสัดส่วนที่ระบุไว้ในแต่ละยี่ห้อ โดยเทียบให้เท่ากับน้ำแอปเปิ้ลวันละ 4 แก้ว

เนื่องจากการดื่มน้ำแอปเปิ้ลทั้งวัน จะมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ดังนั้นควรสนใจแปรงฟันวันละหลายครั้งหน่อย เพื่อป้องกันกรดจากน้ำแอปเปิ้ลทำให้ฟันกร่อน

กินอาหาร

ตลอดระยะเวลาของการเตรียม 6 วันและวันล้างพิษ 1 วัน ให้หลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่เย็นหรือมีฤทธิ์เย็น อย่างการดื่มน้ำเขียว ที่ทำจากย่านางสดๆและผักใบเขียวอีกหลายอย่างที่มีฤทธิ์เย็นมาก ไม่ควรดื่มในระหว่างนี้

อาหารที่เย็นหรือมีฤทธิ์เย็นจะทำให้ตับหนาวสะท้าน จึงลดประสิทธิภาพการทำงาน เป็นเหตุให้ขัดขวางกระบวนการล้างพิษตับ อาหารและเครื่องดื่มทุกอย่างจึงต้องร้อนหรืออุ่น หรืออย่างน้อยเท่าอุณหภูมิห้อง เรื่องนี้รวมทั้งน้ำแอปเปิ้ลที่จะดื่มด้วย

คนไทยมีนิสัยการเครื่องดื่มหรือน้ำผลไม้ก็มักจะแช่เย็น ในกรณีดื่มน้ำแอปเปิ้ลนี้ ไม่ใช้แช่เย็นโดยเด็ดขาด

เพื่อผ่อนภาระการทำงานของตับ อาหารที่กินระหว่าง 7 วันนี้จึงควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ นมและผลิตภัณฑ์นม อาหารปิ้ง ย่าง ทอด หรือถ้าอดไม่ได้จริงๆก็กินอาหารปกติ แต่ไม่กินจนอิ่มล้นเกิน

จังหวะเวลาที่เหมาะกับการล้างพิษตับ

วันล้างพิษคือวันที่ 7 ของกระบวนการนี้ควรจัดให้มันลงตัวที่วันสุดสัปดาห์พอดี เพราะช่วงเวลานั้นคุณจะได้ไม่เครียดและมีเวลาพอสำหรับการพักผ่อน

และจะให้ดีถ้าคุณสามารถจัดช่วงเวลาในกระบวนการล้างพิษของคุณไม่ให้ตกในจังหวะขึ้น 15 ค่ำหรือแรม 15 ค่ำ เพราะช่วงวันดังกล่าวร่างกายมีแนวโน้มที่จะดึงน้ำไว้ในเนื้อเยื่อต่างๆมากกว่าปกติ จึงขับน้ำไม่ได้เต็มที่ การขับน้ำจากเนื้อเยื่อเป็นกลไกสำคัญประการหนึ่งของการล้างพิษ

ยาและวิตามิน สารเสริมอาหาร

ระหว่างล้างพิษ จงหลีกเลี่ยงการกินยา หรือแม้แต่วิตามิน หรือสารเสริมอาหารทุกชนิด นอกจากยาที่จำเป็นจริงๆเช่นยารักษาโรคหัวใจ ความดันเลือดสูง หรือยาเบาหวาน การหลีกเลี่ยงยาต่างๆเท่าที่เป็นไปได้ เพราะต้องการผ่อนเบาภาระของตับให้เบาลงที่สุดในขณะเข้ากระบวนการล้างพิษตับ

การสวนล้างลำไส้

ควรสวนล้างลำไส้ก่อนการล้างพิษตับ ใช้การสวนล้างลำไส้ใหญ่ส่วนบนด้วยเครื่องสวนล้างลำไส้สัก 1 ครั้งประมาณ 2-3 วันก่อนเริ่มวันเตรียม และจะให้ดีให้ทำอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 6 การเคลียร์ลำไส้นี้จะช่วยลดอาการไม่สบายท้อง หรือคลื่นไส้ในระหว่างวันที่ 7 ซึ่งเป็นวันล้างพิษจริงๆ

ถ้าไม่สะดวกที่สวนล้างลำไส้ใหญ่ส่วนบนด้วยเครื่องสวนล้าง เพราะวิธีดังกล่าวต้องเข้าไปทำที่ศูนย์ธรรมชาติบำบัด ก็อาจจะใช้การสวนล้างลำไส้ใหญ่ส่วนล่างด้วยกาแฟ วันละ 1 ครั้ง นับตั้งแต่ 3 วันก่อนจะเริ่มวันเตรียม

สิ่งที่ต้องทำในวันสุดท้ายของการเตรียมตัว (วันที่ 6)

ตื่นเช้าดื่มน้ำแอปเปิ้ลทั้ง 4 แก้วให้หมดในตอนเช้า เริ่มตั้งแต่ลืมตาตื่นเลยทีเดียว จากนั้นกินอาหารมื้อเช้าแบบเบาๆ เช่นโจ๊กร้อนๆ หรือข้าวชงธัญพืชต่างๆ หลีกเลี่ยงการกินน้ำตาลหรือของหวาน อาหารที่เผ็ดร้อนที่ใส่เครื่องเทศ ไม่ดื่มนม เนย โยเกิร์ต แฮม ไข่ น้ำมันทุกชนิด นัตและถั่วต่างๆ แป้งข้าว เครื่องดื่มเย็นๆทั้งหลาย สำหรับผลไม้หรือน้ำผลไม้กินได้

มื้อเที่ยงกินผักลวกหรือผักนึ่งกับข้าวเปล่า กับเกลือหรือซีอิ๊ว และขอย้ำว่าไม่ให้กินเนื้อสัตว์หรือแม้แต่โปรตีนถั่ว ไม่กินน้ำมัน ไม่ดื่มนมและผลิตภัณฑ์นม ถ้าคุณขืนกินสิ่งเหล่านี้เข้าไป มันจะทำให้คุณรู้สึกไม่สบายเลยในวันที่ 7 ซึ่งเป็นวันปฏิบัติการล้างพิษจริงๆ

หลังจากเวลา 13:30 น.ไปแล้วให้งดกินอาหารทุกชนิด นอกจากน้ำเปล่าเท่านั้น มิฉะนั้นมันจะเป็นอุปสรรคในการขับล้างนิ่วจากตับและท่อน้ำดีได้ลำบาก

ขอเตือนให้ปฏิบัติการตามนี้โดยเคร่งครัด



หนังสือแนะนำ
- กินแบบธรรมชาติบำบัด
- ล้างพิษตับ
- ล้างพิษ 30 วันไขมันลด