บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 207: ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 15 มีนาคม 2557 ::::: - พบกับหนังสือสุขภาพดี ราคาลดพิเศษ 15 - 70 % ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 42 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 12 ที่บูธสำนักพิมพ์รวมทรรศน์โซน C 2 บูธ R 46 ในวันที่ 28 มี.ค – 7เม.ย 57 เวลา 10.00 น. – 21.00 น. ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ::::: - บัลวีจัดอบรม “ญาติเพื่อดูแลผู้ป่วยมะเร็ง” ครั้งที่ 3 เรียนรู้เทคนิคการบริหาร การยืดเส้น เพื่อสร้างความกระชุ่มกระช่วย ร่วมกับการกดจุดรักษาอาการข้างเคียง เรียนรู้เมนูอาหารต้านมะเร็ง บริหารจิตผ่อนคลาย ฝึกสวดมนต์ เทคนิคการเช็ดเนื้อเช็ดตัว การใช้วิตามินเสริม จัดอบรมฟรี! ณ บัลวีศูนย์ธรรมชาติบำบัด ถ.พระราม 6 รับจำนวนจำกัด สำรองที่นั่งโทร.02-615-8822 ต่อ 102 ::::: บัลวี ดิลิเวอรี มีบริการจัดส่งอาหารเพื่อสุขภาพต้านมะเร็ง รักษาเบาหวาน ลดน้ำหนัก ส่งเสริมสุขภาพ สำหรับผู้ที่ต้องการล้างพิษ หรือดูแลสุขภาพ แต่ไม่มีเวลา บริการจัดส่งถึงบ้าน หรือโรงพยาบาลของผู้ป่วย โทร.02-615-8822 ::::: คอร์สออกกำลังกายในน้ำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และหลังคลอด หรือผู้สนใจการออกกำลังกายในน้ำ ทุกวันเวลา 16.00 – 17.00 น. โทร.02-615-8822 ต่อ 133, 134 :::::
 
     
 
เด็กไทยเติบใหญ่แข็งแรง
บทความจากขวัญเรือน
ฉบับที่964 ปักษ์หลัง ม.ค. 55
พ.ญ.ลลิตา ธีระสิริ






เด็กของเราคืออนาคตของชาติ ไม่มีใครอยากให้ลูกหลานขี้โรค ไม่อยากให้เป็นภูมิแพ้ ไม่อยากให้อ้วน ไม่อยากให้ลูกหลานสมาธิสั้น เพราะหากร่างกายของเด็กมัวสาละวนอยู่กับการซ่อมแซมร่างกาย เด็กจะไม่เติบโตเท่าที่ควร และหากเด็กมัวแต่ต้วมเตี้ยมตุ๊ต๊ะ วิ่งวุ่น ไม่ยอมอยู่นิ่งการเรียนรู้ของเด็กก็จะด้อยลงไป

หากต้องการให้ลูกหลานเติบโตอย่างแข็งแรง มีสุขภาพดี ฉลาด เรียนรู้โลกได้อย่างเต็มที่ ควรปฏิบัติดังนี้

1. อย่าให้กินแต่ขนมหวาน หรือกินอาหารขยะ เรารู้กันว่า ขนมกับเด็กเป็นของคู่กัน จนขนมหวาน ของกินเล่นสำหรับเด็ก ซึ่งเป็นอาหารขยะถูกผลิตออกมาเต็มตลาด แถมโฆษณาแข่งกันกันโครมคราม ทำให้ทุกวันนี้เด็กของเรากินของหวานและอาหารขยะจนป่วย

อาหารประเภทแป้งและน้ำตาลเหล่านี้คือสาเหตุที่ทำให้เด็กของเราอ้วน เนื่องจากได้อาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรทที่เป็นพลังงานเปล่าล้นเกิน น้ำหวาน ขนมหวานที่กินเข้าไปเป็นสาเหตุทำให้น้ำตาลในตัวเด็กล้นเกิน ร่างกายใช้ไม่หมด พลังงานเปล่าเหล่านี้จึงถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมันสะสมอยู่ใต้ผิวหนัง

อาหารที่ผลิตออกมาโดยระบบอุตสาหกรรมมีสารปนเปื้อนเสมอ เพราะเขาต้องใส่สารกันบูด กันเสีย แต่สี แต่งกลิ่น ปรุงรสให้น่ากิน แถมด้วยผงชูรสเพื่อหลอกตุ่มรับรสที่ลิ้นว่าอร่อย สารเคมีเหล่านี้เป็นสารที่กระตุ้นให้เกิดโรคภูมิแพ้ในเด็กได้ด้วย

ดังนั้นหากไม่อยากให้ลูกหลานอ้วน และมีสุขภาพดี จำเป็นจะต้องงดอาหารขยะเสีย

แต่เด็กต้องการอาหารว่าง เปลี่ยนมาเป็นผลไม้สด ผลไม้แห้ง น้ำผลไม้คั้นสด ขนมแบบไทย ๆ โบราณ ที่ไม่ใส่สารเคมี จะดีกับสุขภาพของลูกหลานของเรามากกว่า

2. อย่าให้ดื่มแต่นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว

มีคนจำนวนหนึ่งเข้าใจเอาเองว่า “นมวัว” คือสุดยอดอาหารสุขภาพสำหรับเด็ก นี่อาจจะเป็นเพราะเราฟังแต่โฆษณามากเกินไป ที่จริงนมวัวก็คือแหล่งโปรตีนชนิดหนึ่ง ไม่ได้ดีไปกว่าไข่ไก่ ปลา หรือเนื้อสัตว์อื่นแต่อย่างใด ที่ว่านมวัวเป็นแหล่งของแคลเซี่ยมนั้นอาจจะจริง แต่ว่านมวัวมีแคลเซี่ยมนิดเดียวหรอกนะ สู้แคลเซี่ยมในปลาเล็กปลาน้อย กุ้งแห้ง งาดำ เต้าหู้ ที่ไม่มีใครโฆษณาให้ไม่ได้แบบไม่เห็นฝุ่น

ทุกวันนี้เรารู้จักอีกด้านหนึ่งของนมวัวว่าเป็นผลร้ายต่อสุขภาพด้วยซ้ำ เพราะเด็กไทยครึ่งหนึ่งแพ้นมวัว นมวัวทำให้เด็กแพ้อากาศและมีผื่นแพ้ที่ผิวหนัง เด็กกลุ่มนี้มักจะต้องหาหมอทุกเดือน บางคนป่วยทุกสัปดาห์ด้วยซ้ำไป

อาการป่วยเรื้อรังทำให้เด็กต้องใช้ยาต้านฮีสตามีนซึ่งทำให้เด็กเบื่ออาหาร กินไม่ได้ ผู้ใหญ่เป็นกังวลก็เลยพยายามบังคับให้ลูกหลานกินนมเข้าไป เพราะคิดว่ากินนมยังดีกว่าไม่ได้อาหารอื่น ก็เลยยิ่งทำให้อาการแพ้ของเด็กกำเริบขึ้นอีก วนเวียนเป็นวัฏจักรแห่งความเจ็บป่วยอยู่อย่างนี้ แล้วเด็กของเราจะโต และแข็งแรงได้อย่างไร

หากลูกหลานของใครเป็นภูมิแพ้ ลองงดนมวัวและผลิตภัณฑ์ที่มีนมวัวผสมอยู่ทุกชนิด ลองดูสัก 2-3 เดือนซิ จะพบว่าเด็กบางรายก็หายขาดจากภูมิแพ้ไปเลย

แล้วจะให้เด็กกินอะไรแทนนมดี ...นี่คือคำถามยอดนิยม คำตอบก็คือ กินนมถั่วเหลืองที่มีแคลเซี่ยมสูงแทนก็ได้ กินไข่เพื่อเด็กจะได้โปรตีนร่วมกับการกินงาดำหรือปลาเล็กปลาน้อยเพื่อจะได้แคลเซี่ยมก็ได้ เด็กจะโตเร็วกว่าฝืนกินนมวัวด้วยซ้ำ

3. ให้กินข้าวกล้อง ผักสด และผลไม้สด เด็กก็เหมือนผู้ใหญ่ อาหารจำเป็นที่จะทำให้เด็กมีสุขภาพดีหนีไม่พ้นข้าวกล้อง ผักสด และผลไม้สด เนื่องจากอาหารจากธรรมชาติดังกล่าวเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระและไฟโตนิวเตรียนท์ นี่คือสารจำเป็นสำหรับภูมิต้านทานที่ดี จำเป็นที่จะทำให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ

การเติบโตของเด็กก็เหมือนกับการสร้างบ้าน วัสดุที่เราเอามาก่อสร้างนั้นมีความสำคัญยิ่ง เพราะถ้าเด็กกินแต่อาหารขยะ ร่างกายที่เปรียบเป็นบ้านของลูกหลานเราก็จะเป็นเช่นบ้านในสลัมที่ถูกพายุฝนกระหน่ำไม่กี่ทีบ้านก็พังลง

ดังนั้นหากจะหวังให้เด็กแข็งแรง ก็ต้องเลือกให้เขากินอาหารที่มีคุณค่าสูงดังที่กล่าวมาเป็นประจำในชีวิตประจำวัน

4. ให้เล่น ออกกำลังกาย อย่าให้เรียนอย่างเดียว

การออกกำลังกายมีความจำเป็นต่อความแข็งแรง การออกกำลังกายของเด็กก็คือการเล่น แต่น่าเสียดายที่เด็กทุกวันนี้ไม่มีโอกาสได้เล่น อาจจะเพราะเราอยู่กันแออัดมากขึ้น สนามเด็กเล่นน้อยลง อาจจะเพราะกิจกรรมในการเรียนทั้งจากโรงเรียน และที่พ่อแม่จัดหาให้มากเกินไป จนเด็กไม่มีเวลาว่างเป็นตัวของตัวเอง

5. สอนให้รู้จักหาความรู้นอกตำราเรียน โดยหาข้อมูล จากการอ่านหนังสือ หรือหาความรู้จากการท่องโลกไอทีก็ได้ อย่าเอาแต่นั่งดูโทรทัศน์ หรือเล่นแต่เกม


ข้าวผัดน่องไ่ก่ทอด

แตงไทยนํ้ากะทิ
ปลาเผาเกลือ

นํ้านมธัญพืช




หนังสือแนะนำ
- super kids ผลิตไม่ยาก
- สอนลูกให้เรียนเก่ง
- สอนลูกกินผัก