.                            

 
 
 

กิจกรรมเพื่อสุขภาพ

< >

Balavi Delivery อาหารสุขภาพ

จานอร่อยเพื่อคนสุขภาพดี จานรักษาโรค ตามแพทย์แนะนำ

โยคะ เพื่อสุขภาพ

การดูแลสุขภาพที่ส่งผลดีต่อด้านร่างกาย และด้านจิตใจ

บรรยาย สัมมนาสุขภาพ

รับจัดบรรยาย สัมมนาสุขภาพ ให้กับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ

คอร์สธรรมชาติบำบัด

สอนปฏิบัติ แนะวิธีดูแลสุขภาพด้วยอาหาร ออกกำลังกาย

ไฮโดรแอโรบิค

การออกกำลังกาย เคลื่อนไหวในน้ำต่อเนื่องกัน มีความหนัก ความเบาผสมผสานกัน มีจังหวะของดนตรี

ทำความเข้าใจเรื่องนำ้ตาลฟอกขาว    (Sugar bleaching) 


                                                                                                                                ศ.นพ.อนุวัตร ลิ้มสุวรรณ

        การศึกษาค้นคว้าในปัจจุบันได้ชี้แจงให้เห็นว่า น้ำตาลทรายที่ผ่านการฟอกขาวแล้ว (น้ำตาลทรายขาว) และน้ำตาลที่ผสมอยู่ในลูกอม ขนมเค้ก คุกกี้ พาย และขนมหวานชนิดต่างๆ เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้อวัยวะในร่างกายหลายเหล่าส่วนทำงานเสื่อมประสิทธิลง และเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิด โรคหัวใจ และยังเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคมะเร็งในกระเพราะอาหาร ไส้ติ่งอักเสบ

 

                                                          


           สารฟอกขาวคืออะไร. สารฟอกขาวที่นิยมใช้ในอาหารบ้านเราส่วนใหญ่เป็นกลุ่มของสารประกอบ ซัลไฟต์ ซึ่งเป็นชื่อรวมของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และเกลืออนินทรีย์ของกรดซัลฟูรัสซึ่งแตกตัวให้ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ สารฟอกขาวบางตัวไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในอาหาร เนื่องจากเป็นสารที่ก่อให้เกิดอันตรายอย่างมากต่อสุขภาพ ได้แก่ สารไฮโดรซัลไฟต์ ซึ่งเป็นสารที่นิยมใช้ในการฟอกย้อมผ้า แต่พบว่าผู้ผลิตหลายรายนำมาใช้ในการผลิตอาหารเพื่อฟอกสีอาหารให้ดูน่ากิน สารซัลไฟต์เป็นสารเคมีที่นิยมใช้เป็นสารกันเสียเพื่อป้องกันและยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ ใช้เป็นสารกันหืนเพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของไขมันในอาหารที่จะทำให้เกิดการเหม็นหืน. และที่สำคัญยังสามารถใช้เป็นสารฟอกขาวอีกด้วย เนื่องจากมีคุณสมบัติยับยั้งปฏิกิริยาการเปลี่ยนแปลงเป็นสีน้ำตาลซึ่งเกิดขึ้นในอาหารหลายประเภท เช่น ผัก ผลไม้ น้ำผลไม้ น้ำหวานจากพืช และอาหารทะเล พวกกุ้ง ปู ปลา ปลาหมึก เป็นต้น ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้เองทำให้มีการนำสารนี้มาใช้กันอย่างกว้างขวางในการผลิตอาหารต่างๆ. การเกิดโรคภัยไข้เจ็บ. สาเหตุเนื่องมาจากร่างกายของคนเราไม่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการบริโภคน้ำตาลที่ผ่านกระบวนฟอกขาวแล้วในปริมาณมาก
*** น้ำตาลทรายที่ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการฟอกมีส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยทำให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญพลังงานทำให้ร่างกายไม่สะสมพลังงานส่วนเกิน. น้ำตาลทรายฟอกขาวเป็นสิ่งอันตรายสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรับประทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต (อาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล) เพราะกระบวนการเผาผลาญพลังงานของบุคคลประเภทนี้นี้จะเปลี่ยนน้ำตาลให้กลายเป็นไขมันอย่างรวดเร็วซึ่งจะถูกเก็บ สะสมไว้ในปริมารมากทำให้เกิดไขมันในเส้นเลือดสูงกว่าปกติ
เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเอง คุณควรจะลดปริมาณน้ำตาลมนอาหารของคุณลงบ้าง
โดยคุณสามารถปฏิบัติตามวิธีการดังนี้ :

1)ลดปริมาณการบริโภคน้ำตาลที่ผ่านการฟอกแล้วลงทั้งของตัวคุณเองและของครอบครัว. 
2)ไม่บริโภคหรือลดจำนวนการบริโภคขนมขบเคี้ยว ลูกอม ช็อคโกแลต ไอศครีม น้ำอัดลม.
3)คุณควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำตาลทรายที่ผ่านการฟอกขาวแล้วโดยใช้น้ำตาลทรายสีรำ (น้ำตาลทรายที่ไม่ได้ผ่านการฟอกสี) น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลที่สกัดจากข้าวฟ่าง หรืออ้อยและน้ำผึ้งทดแทน

ถ้าทำได้ดังกล่าวคุณจะได้สุขภาพดีครับ

ปลายฝนต้นหนาว

ยุงเยอะเช่นเคย ปีนี้มาแบบตัวดำ ๆ เล็ก ๆ 
ปากคมกัดเจ็บชะมัด
กำจัดแหล่งน้ำก็แล้ว พ่นควันก็แล้ว
มันกัดกลางวันเสียด้วย
ระวังลูกหลานนะคะ ถึงจะไม่ใช่ยุงลายก็เถอะ

ตุ่มยุงกัด หากไม่อยากใช้ยาทา 
ขมิ้นชันหรือขมิ้นเหลืองนั่นแหละค่ะดีที่สุด
เอามาแช่ตู้เย็นเก็บไว้ให้เก่าสัก 2-3 วัน
ให้หมดยางก่อน จะได้ไม่ระคายเคืองผิวเด็ก
มีตุ่มยุงกัดตรงไหน 
เอาขมิ้นล้างให้สะอาด ตัดหัวมันออก เปิดเนื้อมันออก
แล้วใช้แท่งขมิ้นทาตรงนั้นเลย
วันละ 1-2 ครั้ง ตุ่มอักเสบจะยุบตัวลง

ทีนี้ก็ต้องป้องกันยุงไม่ให้กัดนั่นแหละดีที่สุด
ลองปฏิบัติดังนี้

○ ลดการกินเนื้อสัตว์ลง กลิ่นตัวจะได้ไม่ล่อยุงมากัด
○ กินข้าวกล้อง เพราะยุงเกลียดกลิ่นวิตามินบี1 จะเอาจริงต้องกินวิตามินบี 1 เป็นเม็ดสักวันละ 100 มก.
○ ใส่เสื้อผ้าสีอ่อน เพราะยุงชอบสีมืดทึบทึม
○ เปลี่ยนเสื้อผ้าบ่อย ๆ ให้ใส่เสื้อผ้าสะอาดและแห้ง เพราะกลิ่นเหงื่อที่หมักหมมจะล่อยุงมา โดยเฉพาะเด็ก
○ ไม่ออกกำลังกายตอนค่ำ เพราะความร้อนจากร่างกายและะกลิ่นเหงื่อจะล่อยุงมาตามคุณเป็นฝูง
○ ลองเปลี่ยนสบู่ ครีมทาตัวที่ใช้ เพราะกลิ่นสบู่บางก้อนครีมบางกลิ่น ก็ล่อยุงมากัด

 

หากทำยังไง ๆ ก็แล้ว ยุงก็ยังกัดอยู่ดี 
ใช้ไม้ตียุง เอามาวางเตรียมพร้อมไว้ข้างตัวเลย
หรือ...หามุ้งมาครอบตัวเอง
ในห้องติดมุ้งลวดอีกทีก็แล้วกัน โดยเฉพาะเด็กแบเบาะ

ข่าวสารสุขภาพ



TripAdvisor